การเดินทางย้อนอดีตไม่จำเป็นต้องอาศัยภาพถ่ายเก่าหรือบันทึกทางประวัติศาสตร์ หากเกิดขึ้นได้จากรสชาติ บรรยากาศ และจังหวะของเวลา เชียงใหม่คือหนึ่งในเมืองที่อดีตยังคงดำรงอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียนในอาคารไม้สักอายุกว่าหนึ่งศตวรรษริมแม่น้ำปิงหลังหนึ่ง เรื่องราวของ ยุคอาณานิคม การเดินทาง และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม กำลังถูกเล่าใหม่อีกครั้ง ผ่านมื้ออาหารค่ำที่ตั้งใจให้ มากกว่าการรับประทานอาหารรสเลิศ.
อดีตสถานกงสุลอังกฤษอายุกว่าร้อย บทบาทของการเล่าเรื่องราวของอดีตผ่านอาหารที่เชื่อมโยงเข้ากับสถานที่ ประวัติศาสตร์ และรสชาติไว้ด้วยกัน อาคารหลังนั้นคือ 1921 เฮาส์ ณ โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท
อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท เลือกใช้พื้นที่ทางประวัติศาสตร์ของอาคารที่สง่างามซึ่งเคยเป็นสำนักงานของสถานกงสุลของประเทศอังกฤษ เป็นฉากหลังของการรับประทานอาหารยุคโคโลเนียล (Colonial Dining Experience) พร้อมการเปิดประสบการณ์เชฟส์เทเบิล 7 คอร์ส ที่ตั้งใจเลือกตีความในช่วงเวลาใหม่ ผ่านรสชาติ วัตถุดิบ และเทคนิคที่สะท้อนการหลอมรวมของวัฒนธรรมในช่วงปีค.ศ. 1920 ซึ่งเป็น ช่วงเวลาที่จังหวัดเชียงใหม่กำลังเปิดรับอิทธิพลจากตะวันตก ขณะเดียวกันก็ยังยึดกับวัฒนธรรมรากเหง้าของตนเองอย่างชัดเจน
อาคาร 1921 เฮาส์ (1921 House) สร้างเสร็จและเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1921 อดีตเคยเป็นที่พักของกงสุลอังกฤษประจำเชียงใหม่ และเป็นหนึ่งในไม่กี่อาคารจากยุคนั้นที่ยังคงได้รับการดูแลรักษาอย่างดี จนได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ปัจจุบันอาคารหลังนี้เป็นที่ตั้งของห้องอาหาร เดอะ เซอร์วิส (The Sevice) บริท บาร์ (Brit Bar) เดอะ วีรันดา (The Verandah) พื้นที่ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อมอบบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงสำนักงานและโลกของชาวอังกฤษในอดีต สำหรับในค่ำคืนของการรับประทานอาหาร ยุคโคโลเนียล (Colonial Dining Experience) แขกจะได้รับการเชื้อเชิญเข้าสู่ห้องรับรองส่วนตัวชั้นบนที่มีความเป็นส่วนตัว ในบรรยากาศเงียบงาม ในห้องที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรู สุขุม เพื่อให้เหมาะกับการใช้เวลาอย่างคุ้มค่า
แนวคิดของมื้ออาหารทั้งหมดตั้งอยู่บนความคิดที่ว่า อาหารสามารถเป็นบทสนทนาระหว่างวัฒนธรรมได้ ทุกคอร์สจึงถูกออกแบบให้มี “สองฝั่ง” อยู่ในจานเดียวกัน วัตถุดิบท้องถิ่นจากภาคเหนือ เทคนิคการปรุงแบบสากล และรสชาติของชาวตะวันตกในอดีต โดยมื้ออาหารเริ่มต้นด้วยล็อบสเตอร์จากสกอตแลนด์ที่รมควันด้วยใบชา เคลือบซอสมะขามและเสิร์ฟพร้อมคาเวียร์จากโครงการหลวง เป็นจานเปิดของมื้อได้อย่างพิเศษ ด้วยวัตถุดิบหรูจากยุโรป ที่ถูกเชื่อมให้เข้ากับรสเปรี้ยวหวานอันคุ้นเคยของคนเอเชียโดยไม่พยายามกลบกัน
ตามมาด้วยฟัวกราส์พาร์เฟต์ เพิ่มมิติด้วยเครื่องเทศลาบแบบล้านนา มาร์มาเลด และบริยอช เป็นจานที่สะท้อนความกล้าของเชฟในการนำรสชาติท้องถิ่นมาผสานร่วมกับเทคนิคแบบตะวันตก โดยยังรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือไว้ ไม่ปล่อยให้รสใดรสหนึ่งกลบรสชาติทั้งหมด และต่อด้วยซุปมัลลิกาทอว์นีย์ที่ถูกตีความใหม่ ด้วยมันเทศจากหมู่บ้านแม่ทา โฟมมะพร้าว และไส้อั่วเชียงใหม่ ซึ่งตัวซุปมีรากฐานมาจากช่วงอาณานิคมของอังกฤษ-อินเดีย ที่ผสมผลานความเป็นภาคเหนือได้อย่างกลมกลืน
ช่วงคั่นระหว่างคอร์สจะใช้ซอร์เบต์รูบาร์บผสมจิน ทำหน้าที่ปรับรสสัมผัสก่อนเข้าสู่จานหลัก เนื้อเนื้อวากิวมะยุระ (Mayura Wagyu) จากออสเตรเลียซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการเลี้ยงด้วยช็อกโกแลต ถูกเสิร์ฟในระดับความสุกระดับปานกลาง (Medium rare) มันสำปะหลังตุ๋นชาโคลย่างด้วย ผงปรุงรสเครื่องเทศปาร์ซี เสิร์ฟคู่กับพาร์สนิป มันสำปะหลังบดปรุงรส และซอสเกรวี่หมักด้วยมะแขว่น จานนี้สะท้อนภาพความหรูหราของห้องอาหารชั้นสูงในยุคอาณานิคมได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็ยังผลาสวัตถุดิบบนดอยและกลิ่นอายของภาคเหนือได้อย่างชัดเจน ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง โยเกิร์ตพาร์เฟต์น้ำผึ้งป่า ครัมเบิลขิง เจลาโต้แบล็กเบอร์รี และตุอีลสีหมะของชาวอาข่า โดยได้แรงบันดาลใจจากชุมชนชาวเขา มะเดื่ออำเภอสันกำแพง ถูกจัดวางร่วมกันอย่างพอดี ก่อนจบมื้อด้วยเปอตีฟูร์สไตล์แองโกล ล้านนา ทั้งพราลีนใบเตยและ ชอร์ตเบรดชาดาร์จีลิง เป็นการปิดฉากที่ไม่เร่งรีบ แต่ปล่อยให้รสชาติค่อยๆ ซึมซับไปพร้อมกับบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้
การรับประทานอาหารยุคโคโลเนียล (Colonial Dining Experience) จึงไม่ใช่เพียงมื้ออาหารค่ำที่ธรรมดาทั่วไป หากแต่เป็นการใช้ “อาหาร” ในภาษาหนึ่งสำหรับการเล่าเรื่องของอาคารและช่วงเวลา ตั้งแต่สถานที่ เครื่องดื่ม ไปจนถึงลำดับขั้นในการเสิร์ฟ ก็ถูกออกแบบให้ผู้มาเยือนได้รับรู้ถึงความทรงจำและความงดงามของ 1921 เฮาส์ (1921 House) อย่างดีที่สุด สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่าเรื่อง ประวัติศาสตร์ และประสบการณ์อันล่ำค่า นี่คืออีกหนึ่งประสบการณ์สุดพิเศษอีกหนึ่งมุมของเชียงใหม่ที่ไม่ควรพลาด.
สามารถสำรองที่นั่งสำหรับ Colonial Dining Experience ได้ที่ห้องอาหาร เดอะเซอร์วิส แอท 1921 เฮาส์ อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท เลขที่ 123 ถ.เจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50100 โทรศัพท์ 053 253 333
เว็บไซต์ http://chiang-mai.anantara.com/ อีเมล : chiangmai@anantara.com
คงปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเทรนด์แฟชั่นนั้นไม่เคยหยุดนิ่งและปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา รวมถึงความชื่นชอบในสไตล์เสื้อผ้าและแอคเซสเซอร์รี่ของแต่ละคนก็มีความหลากหลายและแตกต่างกันออกไป Club21 Multi-Label จึงเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นเดสทิเนชั่นที่ตอบโจทย์และสามารถมอบประสบ
Valentino นำเสนอกระเป๋าสุดคลาสสิกอันโด่งดัง Valentino Garavani Roman Stud วิวัฒนาการผลงานอันประณีตของหมุดอันเป็นซิกเนเจอร์ของเมซง ผ่านจอภาพเคลื่อนไหวสามมิติในสถานที่สุดพิเศษทั้งสี่แห่งทั่วทุกมุมโลกทั้ง New York’s Times Square, Tokyo’s Minami Aoyama,...
To present the upcoming Full Summer Men's and Women's collection, Tod's evocatively describes the atmosphere of a casual and relaxed Italian holiday lifestyle, where fun and joyful entertainments are the protagonists.
First introduced in Wardrobe 03 as part of the small leather goods collection, Salon 03 sees the development of the Turn Pouch in new sizes, colourways and material. It is now available in two sizes - small and medium.
'Chopard Loves Cinema' An Haute Joaillerie collection freely inspired by movie masterpieces. Representing so much more than an oft-repeated refrain, ‘Chopard Loves Cinema’ is the theme chosen by Chopard to mark its activities at the 75th Cannes Film Festival,
Innovation, Made in Italy and the Japanese culture meet in the new Dolce&Gabbana x Jujutsu Kaisen Special Collection, creating new synergies between art and style. The Jujutsu Kaisen universe, which became highly popular in Japanese culture, has inspired...
Following the opening of the FENDI boutique at The Shoppes at Marina Bay Sands in February 2022, the first 'World of FENDI'