การจัดแสดงผลงานในงานแสดงนาฬิกา ที่นครเจนีวา ปี 2026 (Watches and Wonders Geneva 2026) ครั้งนี้ ปาเต็ก ฟิลิปป์ (Patek Philippe) เปิดตัวเรือนเวลาใหม่ถึง 20 รุ่น พร้อม 4 รุ่นลิมิเต็ดฉลองครบรอบ 50 ปีของนอติลุส (Nautilus) ไอคอนแห่งปี 1976 โดยไฮไลต์ของไลน์อัปครบรอบนี้อยู่ที่นาฬิกาบางเฉียบในแพลทินัมและไวต์โกลด์ ได้แก่ Ref. 5610/1P, 5810/1G และ 5810G ที่ถ่ายทอดแนวคิดแบบความจำเป็นล้วนๆ (essentialist) ด้วยการตัดหน้าต่างวันที่ออก เพื่อคงความบริสุทธิ์ของหน้าปัดสีน้ำเงินลายเซาะร่องแนวนอนอันเป็นเอกลักษณ์ สายนาฬิกาแพลทินัมมาพร้อมบานพับแบบพับได้ที่จดสิทธิบัตร และระบบปรับความยาวที่สามารถล็อกได้ มินิโรเตอร์ทองคำ 22K สลักข้อความ “50 1976–2026” สามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ใส เสริมด้วยนาฬิกาตั้งโต๊ะ Ref. 958G ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อคารวะดีไซน์ต้นฉบับ พร้อมกลไกไขลานมือที่ให้พลังงานสำรองยาวนานถึง 8 วัน
ท่ามกลางการเฉลิมฉลองไอคอนของแบรนด์ Patek Philippe ยังตอกย้ำศักยภาพด้านนวัตกรรมด้วย Ref. 6105G-001 นาฬิกาที่มีฟังก์ชันซับซ้อนระดับสูงหลายระบบ (Grand Complication) รุ่นแรกที่สามารถแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ โดยผสานดีไซน์สเปซเอจเข้ากับศาสตร์นาฬิกาชั้นสูง ตัวเรือนไวต์โกลด์ขนาด 47 มม. โดดเด่นด้วยพื้นผิวขัดเงาสลับทรายพ่น และหน้าปัดกระจกแซฟไฟร์ที่ถ่ายทอดภาพท้องฟ้าเหนือกรุงเจนีวาอย่างแม่นยำ ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 240 C LU CL LCSO พร้อมมินิโรเตอร์ทอง 22K ซึ่งสามารถแสดงทั้งพระอาทิตย์ขึ้น–ตก รวมถึงปรับเวลาแบบฤดูร้อน–ฤดูหนาวได้ในระบบเดียว อีกทั้งยังมีการยื่นจดสิทธิบัตรถึง 6 รายการ และให้พลังงานสำรองราว 48 ชั่วโมง สะท้อนความก้าวหน้าทางเทคนิคของเมซงอย่างชัดเจน
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ คิวบิทัส เพอร์เพทชวล แคลเลนดาร์ (Cubitus Perpetual Calendar) Ref. 5840P-001 ซึ่งนับเป็น Grand Complication รุ่นแรกของคอลเลกชันนี้ ถ่ายทอดแนวคิดร่วมสมัยผ่านตัวเรือนแพลทินัมทรงเรขาคณิตและหน้าปัดโครงโปร่งที่เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมกลไกอย่างเด่นชัด ตอกย้ำทิศทางใหม่ของแบรนด์ที่ผสานดีไซน์อาวองการ์ดเข้ากับศาสตร์นาฬิกาชั้นสูงได้อย่างลงตัว
ปิดท้ายด้วย Ref. 5249R-001อีกากับสุนัขจิ้งจอก (The Crow and the Fox) นาฬิกาออโตมาตอนข้อมือรุ่นแรกในยุคใหม่ของ Patek Philippe ที่หลอมรวมศิลปะการเล่าเรื่องเข้ากับกลไกชั้นสูงได้อย่างงดงาม ตัวเรือนโรสโกลด์ขนาด 43 มม. มาพร้อมหน้าปัดพื้นผิวหน้าปัดโทนน้ำตาลแบบโอปาลีน (Matara brown opaline) ที่ถ่ายทอดฉากนิทานผ่านฟิกเกอร์ทอง “อีกาและสุนัขจิ้งจอก” แบบสามมิติ แกะสลักด้วยมืออย่างประณีต กลไกสามารถแสดงเวลาแบบทำงานเมื่อผู้ใช้สั่ง ผ่านระบบเรโทรเกรด (retrograde) พร้อมขับเคลื่อนการเคลื่อนไหวของฉากออโตมาตอน (automaton) โดยใช้คาลิเบอร์ 31-260 PS HMD AU ที่ประกอบด้วย 267 ชิ้นส่วน และมินิโรเตอร์แพลทินัม ให้พลังงานสำรองประมาณ 38–48 ชั่วโมง เผยความงดงามของกลไกผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ และเสริมความหรูด้วยสายหนังอัลลิเกเตอร์ สีน้ำตาลช็อกโกแลต
และอีกหลายเรือนเวลาที่สะท้อนภาพของ Patek Philippe ในปี 2026 ได้อย่างชัดเจน ทั้งการหวนกลับไปยกย่องมรดกของแบรนด์ผ่าน Nautilus และการเดินหน้าสู่นวัตกรรมใหม่ในโลกของ Grand Complications ยืนยันสถานะผู้นำในวงการเรือนเวลาชั้นสูงได้อย่างไร้ข้อกังขา
สามารถสัมผัสประสบการณ์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Patek Philippe ณ Gaysorn Village โทร. 02-000-9624
#WachesandWonders26 @watchesandwonders
At Watches & Wonders Geneva 2026, Patek Philippe unveils 20 new models alongside four limited-edition Nautilus pieces celebrating the icon’s 50th anniversary. Highlights include ultra-thin platinum and white-gold references (5610/1P, 5810/1G, 5810G) with clean, date-free blue dials, plus a commemorative desk clock Ref. 958G with an 8-day power reserve.
The Manufacture also introduces Ref. 6105G-001, its first Grand Complication wristwatch to display sunrise and sunset times, powered by the self-winding Caliber 240 with six patents.
Further highlights include the Cubitus Perpetual Calendar Ref. 5840P-001, the collection’s first Grand Complication, and the Ref. 5249R-001 “The Crow and the Fox,” Patek Philippe’s first modern automaton wristwatch combining storytelling with high watchmaking. Together with many other creations, the 2026 lineup reflects a balance of heritage and innovation, reaffirming Patek Philippe’s leadership in haute horlogerie.