นูเมโร ไทยแลนด์ มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณชานนท์ อิสระเอลเซ่น สุภาพบุรุษผู้ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ผ่านเส้นทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับประสบการณ์การเติบโตในสหรัฐอเมริกา ซึ่งหล่อหลอมวิธีคิดแบบเปิดกว้างและการมองโลกอย่างสดใสและอย่างมีระบบ.
บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ถ่ายทอดมุมมองต่อบทบาทหน้าที่ ความหมายของความสำเร็จที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงวัย และบทเรียนชีวิตที่ส่งต่อถึงคนรุ่นใหม่
นูเมโร ไทยแลนด์: คุณชานนท์ อิสระเอลเซ่น ผ่านการศึกษาและหลักสูตรหลากหลาย ทั้งในและต่างประเทศ เช่น วปส., TEPCoT, Mission WE, ToPCATS, พสบ.ทร., ปรม. และ Prestige Master Class สิ่งใดจากการเรียนรู้เหล่านี้ที่หล่อหลอมวิธีคิดและมุมมองชีวิตของท่านมากที่สุด
คุณชานนท์ อิสระเอลเซ่น: ในความคิดส่วนตัวของผม ผมเป็นคนที่โชคดีมาก ๆ ที่ได้เจอและรู้จักพี่ ๆ จากแต่ละหลักสูตร สารภาพว่าคงไม่ได้รู้จักทุกคนแต่สำหรับคนที่สนิทจริง ๆ ผมได้รับการแนะนำประสบการณ์ในการใช้ชีวิตส่วนตัวหรือการทำงาน เช่น ในการใช้ชีวิตส่วนตัว ผมให้ความสำคัญกับตัวเองและครอบครัวมากที่สุด หลังจากที่คุณพ่อผมเสียเมื่อปีก่อน ตอนนี้ก็อยู่กับคุณแม่ ผมพยายามที่จะให้เวลากับคุณแม่ให้มากที่สุด ผมอยากให้คุณแม่มีความสุขกับการใช้ชีวิต ผมไม่ต้องการมานั่งคิดหรือเสียใจในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำในตอนที่คุณแม่ไม่อยู่
ในส่วนของการทำงาน ผมได้รับการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจากพี่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทที่เขาทำงาน หรือ ธุรกิจที่เขาเป็นเจ้าของ คือเราไม่สามารถยืนหนึ่งได้ตลอดไปถ้าเราไม่รู้จักคู่แข่ง หรือไม่รู้จักพัฒนาตัวเองหรือธุรกิจของเรา
โลกเราเปลี่ยนแปลงทุกนาที หากเราทำแต่สิ่งเดิม ๆ และไม่พัฒนาตัวเองหรือธุรกิจ เราก็ไม่ต่างอะไรกับกบที่อยู่ในหม้อน้ำร้อนที่รอวันตาย
การใช้ชีวิตและเติบโตในอเมริกาส่งอิทธิพลต่อทัศนคติ วิธีคิด และการมองโลกของท่านอย่างไร
ตอนเรียนปี 1 เทอมแรกเลยที่มหาวิทยาลัยบริคัม ยัง สาขาฮาวาย (Brigham Young University-Hawaii) ผมก็ต้องทำอะไรเองหลายอย่าง และที่สำคัญผมต้องเริ่มทำงานพาร์ตไทม์ เพราะการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของทุนการศึกษาที่กำหนดให้นักศึกษาทำงานควบคู่กับการเรียน (Work-study scholarship) ผมต้องทำงานขั้นต่ำที่ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
การทำงานมันไม่ง่ายสำหรับผม ไม่ได้คิดว่ามันจะเหนื่อยขนาดนั้น ผมจำได้เสมอว่าเงินเดือนเดือนแรกของผมหลังจากหักค่าห้องพัก ค่าอาหาร และค่าเรียนแล้ว ผมเหลือประมาณ 20 USD ทุก 2 สัปดาห์ ผมโทรหาคุณพ่อกับคุณแม่ทันที แล้วบอกท่านว่า ไม่ต้องส่งเงินเดือนให้ผมอีกต่อไปแล้ว ผมทำงานแล้วและผมสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว ผมเข้าใจแล้วว่าการทำงานหาเงินมันไม่ได้ง่าย ผมไม่ต้องการเป็นภาระของคุณพ่อและคุณแม่
ทุกวันนี้เวลาผมต้องการอะไร ผมจะต้องปรับให้เหมาะสม หรือหาเหตุและให้ได้ว่า ทำไมผมต้องมีสิ่งนี้
ท่านนิยามการทำงานและบทบาทของท่านอย่างไรในหน้าที่ต่าง ๆ ที่ได้รับ และอะไรคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ท่านทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างประสบความสำเร็จในทุกๆ วัน
บทบาทหน้าที่ของผมไม่ว่าจะเป็นกับบริษัทที่ผมทำงานอยู่หรือธุรกิจตัวเอง ผมคิดว่าบทบาทของผมคือ “นักล่า” ส่วนตัวผมไม่ชอบทำอะไรที่จำเจ ผมรักที่จะมองหาโอกาสใหม่ๆให้กับบริษัทในฐานะการพัฒนาธุรกิจ ผมรักที่จะมองหาธุรกิจที่ผมอยากจะลงทุนในฐานะนักลงทุน
ความสำเร็จของผมคือการที่ผมได้เห็นการเติบโตของธุรกิจที่ผมนำเข้ามาให้กับบริษัท และกิจการที่ผมลงทุน และการทำให้ธุรกิจเติบโตนั้น ผมจึงต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
สำหรับท่าน ความสำเร็จในวันนี้แตกต่างจากความหมายของคำว่า “สำเร็จ” ในช่วงวัยก่อนอย่างไร
แต่ก่อนความสำเร็จคือ สิ่งที่ผมทำให้คุณพ่อคุณแม่ผมภูมิใจ ส่วนตอนนี้นิยามของคำว่าสำเร็จของผมคือ ความภูมิใจ ความสบายใจ ของผมเอง
กรุณาส่งต่อประสบการณ์หรือแนวคิดถึงคนรุ่นใหม่ที่กำลังค้นหาตัวตนและเส้นทางชีวิตสู่ความสำเร็จตามที่วางแผนไว้
“ไม่ว่าจะทำอะไรในชีวิต ต้องล้มให้เป็น และลุกให้เร็วที่สุด”
ในการใช้ชีวิต อะไรที่ทำให้เราไม่สบายใจหรือทำให้ไม่มีความสุข เราต้องตัดทิ้งให้เร็วที่สุด อย่าไปจมกับความผิดหวังหรือความเสียใจ มองไปข้างหน้าแล้วทำสิ่งที่ให้คุณมีความสุขโดยมีความหลังเป็นบทเรียน
ในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ทำอยู่หรือหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบ รู้จุดที่เราต้องหยุดหรือเลิกทำ ไม่ยื้อกับความไม่สำเร็จ แล้วเริ่มต้นใหม่ให้เร็วที่สุดอีกครั้ง.