Van Cleef & Arpels ถ่ายทอดบทกวีแห่งจักรวาล ผ่านเรือนเวลาใหม่ ณ Watches and Wonders 2026


สำหรับการจัดแสดงผลงานในงานแสดงนาฬิกา ที่นครเจนีวา ปี 2026 (Watches and Wonders Geneva 2026) ครั้งนี้แวน คลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์ (Van Cleef & Arpels) (@vancleefarpels) ยังคงสืบสานแรงบันดาลใจจาก “จักรวาล” อันเป็นหัวใจสำคัญของเมซงมากว่าหนึ่งศตวรรษ ถ่ายทอดความงดงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนสู่ผลงานเครื่องประดับและเรือนเวลาอันเปี่ยมจินตนาการ ตั้งแต่นาฬิการะบบแสดงข้างขึ้นข้างแรมในปี 1929 ไปจนถึงผลงานฝนดาวตกซ่อนเวลา (Meteor secret watch) ในทศวรรษ 1950 ซึ่งล้วนสะท้อนความหลงใหลในหมู่ดาวและห้วงเวหา

ในปีนี้ เรื่องราวของจักรวาลไดรับการถ่ายทอดผ่านคอลเลกชั่นประดิษฐกรรมระบบซ้อนกลไก (Poetic Complications) อย่างโดดเด่น โดยมิดไนต์ ฌูร์ นุยต์ฟาส์ เดอ ลูน (Midnight Jour Nuit Phase de Lune) นำเสนอการเคลื่อนไหวของท้องฟ้าจากกลางวันสู่กลางคืนด้วยกลไก 24 ชั่วโมง ควบคู่ระบบแสดงดิถีจันทร์ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์ตามวงโคจรจริง บนหน้าปัดที่รังสรรค์จากแผ่นแม่มุกและแก้วพรรณราย (Murano aventurine glass) ซึ่งให้ประกายระยิบเสมือนหมู่ดาว ขณะที่ มิดไนต์ เออร ดิซิ เออร ดายเญอรส์ (Midnight Heure d’ici & Heure d’ailleurs) ถ่ายทอดแนวคิด “เวลาที่นี่และที่นั่น” ผ่านระบบบอกเวลาสองเขต (dual time) ด้วยร่วมกับกลไกตีเข็มย้อนกลับบอกนาที (retrograde minutes) บนหน้าปัดงานลงยาที่ให้มิติของแสงและพื้นผิวอย่างละเอียดอ่อน

เสน่ห์ของงานเครื่องประดับยังคงได้รับการผสานเข้ากับการบอกเวลา ผ่าน ลูโด ซีเคร็ต (Ludo Secret) ที่ได้แรงบันดาลใจจากสร้อยข้อมือ Ludo ในปี 1934 โดดเด่นด้วยรูปทรงคล้ายหัวเข็มขัดทองคำ ฝังไพลิน และซ่อนหน้าปัดแม่มุกไว้ภายใน กลไกจะเผยออกเมื่อกดเปิดตัวเรือน ขณะที่ แปรเล (Perlée) รุ่นใหม่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ลูกปัดทองของคอลเลกชั่น ผ่านตัวเรือนทองคำสีขาวขนาด 23 มม. จับคู่หน้าปัดแก้วพรรณราย “อะเวนจูรีน” (aventurine glass) สีมิดไนต์บลูและการประดับเพชร สะท้อนมุมมองของเครื่องประดับบอกเวลาในแบบร่วมสมัย

อีกหนึ่งไฮไลต์คือผลงานจากกลุ่มหน้าปัดหัตถศิลป์ (Extraordinary Dials) ได้แก่ เลดี ร็องกงตร เซแลส์ตส์ (Lady Rencontre Céleste) และเลดี เรอทรูวายส์ เซแลส์ตส์ (Lady Retrouvailles Célestes) ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักผ่านแรงบันดาลใจจากดวงดาว ด้วยการผสานเทคนิคหัตถศิลป์ชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นงานลงยา จิตรกรรมย่อส่วน และการประดับอัญมณี สร้างฉากจักรวาลที่มีมิติและรายละเอียดราวงานศิลปะบนหน้าปัด

ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดบทกวีแห่งการบอกเวลา หรือ “Poetry of Time” อันเป็นหัวใจของ Van Cleef & Arpels นับตั้งแต่การถือกำเนิดของคอลเลกชั่น Poetic Complications ในปี 2006 และยังคงถ่ายทอดจินตนาการแห่งจักรวาลผ่านเรือนเวลาได้อย่างงดงามต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

สามารถสัมผัสประสบการณ์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Van Cleef & Arpels บูติก Siam Paragon Central Embassy และ ICONSIAM

#VanCleefArpels #Poetryoftime #VCAWatchesandwonders #WachesandWonders26 @watchesandwonders

For Watches and Wonders 2026, Van Cleef & Arpels continues its enduring inspiration from the cosmos, translating the beauty of the night sky into poetic timepieces, from its 1929 moon-phase watches to the “Meteor secret watch” of the 1950s. This year, the Poetic Complications collection highlights creations such as Midnight Jour Nuit Phase de Lune, Midnight Heure d’ici & Heure d’ailleurs, Ludo Secret, alongside new Perlée designs and Extraordinary Dials including Lady Rencontre Céleste and Lady Retrouvailles Célestes, each expressing the Maison’s signature “Poetry of Time.”

RELATED POST